วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกการเรียนครั้งที่9
วัน พฤหัสบดี ที่ 22 เดือนเมษายน พ.ศ.2559
ความรู้ที่ไดรับ Knowledge


โปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program)

แผน IEP
- แผนการศึกษาที่ร่างขึ้น
- เพื่อให้เด็กพิเศษแต่ละคนได้รับการสอนและการช่วยเหลือฟื้นฟูให้เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของเขา
- ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
- โดยระบุเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการใช้แผนและวิธีการวัดประเมินผลเด็ก
การเขียนแผน IEP
- คัดแยกเด็กพิเศษ
- ครูต้องรู้ว่าเด็กมีปัญหาอะไร
- ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะ จะทำให้ทราบว่าจะต้องเริ่มช่วยเหลือเด็กจากจุดไหน ในทักษะใด 
- สามารถทำอะไรได้  / เด็กไม่สามารถทำอะไรได้
- แล้วจึงเริ่มเขียนแผน IEP
IEP ประกอบด้วย
- ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก
- ระบุว่าเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับบริการพิเศษอะไรบ้าง
- การระบุความสามารถของเด็กในขณะปัจจุบัน
- เป้าหมายระยะยาวประจำปี / ระยะสั้น
- ระบุวัน เดือน ปี ที่เริ่มทำการสอน และคาดคะเนการสิ้นสุดของแผน
- วิธีการประเมินผล
ประโยชน์ต่อเด็ก
- ได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน
- ได้มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพของตน
- ได้รับการศึกษาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
- ถ้าเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนจะไม่ถูกจัดเข้าชั้นเรียนเฉยๆ
ประโยชน์ต่อครู
- เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ตรงกับความสามารถและความต้องการของเด็ก
- เป็นแนวทางในการเลือกสื่อการสอนและวิธีการสอนให้เหมาะกับเด็ก
- ปรับเปลี่ยนได้เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลงไป
- เป็นแนวทางในการประเมินผลการเรียนและการเขียนรายงานพัฒนาการความก้าวหน้าของเด็ก
- ตรวจสอบและประเมินได้เป็นระยะ
ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
-ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรายบุคคลเพื่อให้เด็กได้พัฒนาความสามารถได้สูงสุดตามศักยภาพ
- ทราบร่วมกับครูว่าจะฝึกลูกของตนอย่างไร
-เกิดความร่วมมือในการพัฒนาเด็กมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดระหว่างบ้านกับโรงเรียน
ขั้นตอนการจัดทำแผนการศึกษารายบุคคล
-การรวบรวมข้อมูล เช่น รายงานทางการแพทย์รายงานการประเมินด้านต่างๆ บันทึกจากผู้ปกครอง ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง
-การจัดทำแผนได้แก่ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องกำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาวและระยะสั้นกำหนดโปรแกรมและกิจกรรมจะต้องได้รับการรับรองแผนการศึกษาเฉพาะบุคคลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
การใช้แผน
- แผนเสร็จสมบูรณ์ ครูจะนำไปใช้โดยจะใช้แผนระยะสั้น
- นำมาทำเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
- แยกย่อยขั้นตอนการสอนให้เหมาะกับเด็ก
- จัดเตรียมสื่อและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
- ต้องมีการสังเกตเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและความสามารถ โดยคำนึงถึง
- ขั้นตอนพัฒนาการของเด็กปกติ
- ตัวชี้วัดพื้นฐานที่เกี่ยวกับปัญหาของพัฒนาการเด็ก
- อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผลต่อการแสดงออกของเด็ก

การประเมินผล 
- โดยทั่วไปจะประเมินภาคเรียนละครั้ง หรือย่อยกว่านั้น





กิจกรรม

กิจกรรมวาดภาพวงกลมเพื่อทายนิสัย

อุปกรณ์การทำกิจกรรม







Assessment (ประเมิน)
 Teacher    
           เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุมเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาในทุกๆด้าน
  Friends
           เข้าเรียนตรงเวลามีความกระตอรือร้นและมีความพร้อมที่จะเรียน แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่
  Self
            เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน










บันทึกอนุทินครั้งที่8

บันทึกการเรียนครั้งที่8
วัน ศุกร์ ที่ 22 เดือนเมษายน  พ.ศ.2559
ความรู้ที่ได้รับKnowledge


การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรม เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

1.เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน 
2.ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด  
3.เน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach)
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
- เพิ่มทักษะพื้นฐานด้านสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด 
- เกิดผลดีในระยะยาว 
-เน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆแทนการฝึกแต่เพียงทักษะทางวิชาการ
- แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล 
- (Individualized Education Program; IEP)
- โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
- การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน (Activity of Daily Living Training)
- การฝึกฝนทักษะสังคม (Social Skill Training)
- การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story)
การบำบัดทางเลือก
- การสื่อความหมายทดแทน (AAC)
- ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy)
- ดนตรีบำบัด (Music Therapy)
- การฝังเข็ม (Acupuncture)
- การบำบัดด้วยสัตว์ (Animal Therapy)
การสื่อความหมายทดแทน (Augmentative and Alternative Communication ; AAC)
- การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies) 
- โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS) 
- เครื่องโอภา (Communication Devices) 
- โปรแกรมปราศรัย
บทบาทของครู
1. ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู
2.ให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู
3.ให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน
4.ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง 
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
- เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพ่อแม่
- การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
กิจกรรมการเล่น
- การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
- เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
- ในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน  แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
- วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
- คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
- ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
- เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน ครูให้เด็กพิเศษ
ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
- อยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจ
- ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
- ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
- เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
- ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริมครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
ทักษะภาษา
- การวัดความสามารถทางภาษา
- เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
- ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
- ถามหาสิ่งต่างๆไหม
- บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
- ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
 การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
- ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
- ห้ามบอกเด็กว่า พูดช้าๆ” “ตามสบาย” “คิดก่อนพูด
- อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
- อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
- ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
- เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
- การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
- ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
- ให้เวลาเด็กได้พูด
- คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
- เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
- เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
การสร้างความอิสระ
- เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง
- อยากทำงานตามความสามารถ
- เด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่า และผู้ใหญ่
หัดให้เด็กทำเอง
- ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น (ใจแข็ง)
- ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป
- ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่เด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ
- “ หนูทำช้า ”  “ หนูยังทำไม่ได้ ” 
จะช่วยเมื่อไหร่
- เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร , หงุดหงิด , เบื่อ , ไม่ค่อยสบาย
- หลายครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
- เด็กรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้ แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือเฉพาะสิ่งที่เด็กต้องการ
- มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม
การควบคุมกล้ามเนื้อเล็ก
- การกรอกน้ำ ตวงน้ำ
- ต่อบล็อก
- ศิลปะ
- มุมบ้าน
- ช่วยเหลือตนเอง
การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
- จัดกลุ่มเด็ก
- เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
- ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
- ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
- ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
- บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
- รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
- มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
- เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง






Assessment (ประเมิน)
  Teacher
   เข้าสอนตรงเวลาอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างละเอียดครบถ้วนและคลอบคลุมดูแลนักศึกษาได้อย่างทั่วถึงใส่ใจที่จะสอน มีความพร้อมที่จะสอนอยู่เสมอ
  Friends
      เข้าเรียนก่อนเวลาเรียน แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ไม่คุยกันขณะครูสอน
  Self
      เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน










บันทึกอนุทินครั้งที่7

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7
วัน ศุกร์ ที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ.2559
ความรู้ที่ได้รับKnowledge
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมรับเด็กปฐมวัย


ความหมาย 
-การจัดการศึกษาให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
-มีกิจกรรมให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปทำร่วมกัน
รูปแบบการจัดการศึกษา
-การศึกษาปกติทั่วไป
-การศึกษาพิเศษ
-การศึกษาแบบเรียนร่วม
-การศึกษาแบบเรียนรวม
การเรียนร่วมบางเวลา
-การจัดให้เด็กเรียนร่วมบางเวลา
-เด็กพิเศษได้มีโอกาสแสดงออกและมีสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ
การจัดการศึกษารียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
-เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเรา
การเรียนร่วมเต็มเวลา
-การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติ
-เด็กพิเศษได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ


 "Inclusive Education is Education for all, 

It involves receiving people 

at the beginning of their education, 

with provision of additional services 

                                                           needed by each individual

สรุปความหมาย
-เป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติโดยรับเข้ามาเรียนรวมกันเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
-เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้่าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเรา
-เด็กเลือกโรงเรียนไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก
ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวม
-ปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้
-สอนได้
-เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด
บทบาทครูปฐมวันในห้องเรียนรวม
-ครูไม่วินิจฉัย
-ครูไม่ตั้งชื่อและระบุประเภทเด็ก
-ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
ครูทำอะไรบ้าง
-สังเกตอย่างมีระบบ
-การตรวจสอบ
-การบันทึกการสังเกต

กิจกรรมวาดรูปดอกบัว





Assessment (ประเมิน)
  Teacher    
       เข้าสอนตรงเวลา มีกิจกรรมดีให้นักศึกษาทำอยู่เสมอให้คำปรึกษาและข้อคิดที่ดีให้กับนักศึกษาได้ดีในเรื่องต่างๆอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุมเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาในทุกๆด้าน
  Friends
    เข้าเรียนตรงเวลามีความกระตือรือร้นและมีความพร้อมที่จะเรียน เรียนอย่างมีความสุขสนุกสนานแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ไม่เสียงดังและไม่คุยกันขณะที่เรียน
  Self
            เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนแต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน




   

                                


วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกการเรียนครั้งที่6
วัน ศุกร์ ที่ 11 เดือน มีนาคม พ.ศ.2559
ความรู้ที่ได้รับknowledge
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
(Children with Behavioral and Emotional Disorders)


             
          เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ หมายถึง เด็กที่แสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่เบี่ยงเบนไปจากเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันเป็นอย่างมาก แม้จะได้รับบริการทางการแนะแนวและการให้คำปรึกษาแล้วก็ยังมีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์อยู่ในขั้นรุนแรง  และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง   พฤติกรรมที่เบี่ยงเบนนี้ส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กและผู้อื่นทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างที่ควรจะเป็นขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมีความเก็บกดทางอารมณ์ และแสดงออกทางพฤติกรรมในลักษณะที่รุนแรงไม่เหมาะสมไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมและวัฒนธรรมทั้งนี้เป็นผลมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตัวของเด็กเอง และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับเด็กกับสภาพแวดล้อมรอบกาย   
- มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
- แสดงออกถึงความต้องการทำร้านตนเองหรือผู้อื่น
- มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
- เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆไม่ได้
- เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
- ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
- ความวิตกกังวล (Anxiety) ซื่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
- ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
- ปํญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต
การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ
ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
-ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพย์ 
- ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น และเกรี้ยวกราด- เอะอะและหยาบคาย
- หนีเรียน รวมถึงหนีออกจากบ้าน
- ใช้สารเสพติด
- หมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศ
ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)
- จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 วินาที- ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
- งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจได้ตลอดเวลา รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด
สมาธิสั้น (Attention Deficit)
-มีลักษณะกระวนกระวายไม่สามารถนั่งนิ่งๆได้หยุกหยิกไปมา
การถอนตัวหรือล้มเลิก(Withdrawal)
- หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
-เฉื่อยชาและมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย(FunctionDisorder)
-ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน(EatingDisorder)
- การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation) /การปฏิเสธที่จะรับประทาน
- พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
- มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ
- ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก
- การปฎิเสธที่จะรับประทาน
- รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
- โรคอ้วน (Obesity)



Assessment (ประเมิน)
Teacher    
       เข้าสอนตรงเวลา สอนเนื้อหาการเรียนได้ละเอียดและเข้าใจง่ายพูดจาไพเราะเป็นแบบฃอย่างที่ดีให้กับนักศึกษา
Friends
    เข้าเรียนตรงเวลามีความกระตือรือร้นและมีความพร้อมที่จะเรียน เรียนอย่างมีความสุขสนุกสนานแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ไม่เสียงดังและไม่คุยกันขณะที่เรียน
  Self

        เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนแต่งกายเรียบร้อย